‘เรืออัปสรา’... ชมสายน้ำเจ้าพระยา ชิม ‘อาหารไทยร่วมสมัย’
ดินเนอร์หรู สไตล์ไฟน์ไดนิ่ง บน ‘เรืออัปสรา’ ชิม ‘อาหารไทยร่วมสมัย’ ชมสายน้ำเจ้าพระยา พระบรมมหาราชวัง และวัดอรุณยามค่ำคืน บรรยากาศแสนโรแมนติก
.
สายน้ำเจ้าพระยา มีความหมายกับคนไทยมาช้านาน ชาวต่างชาติพากันมาชื่นชม ทำให้เรายิ่งภูมิใจในความเป็นไทยเมื่อได้มาดินเนอร์หรู
.
สไตล์ไฟน์ไดนิ่ง สัมผัสความประทับใจบนเรืออัปสรา ชิมอาหารไทยร่วมสมัย รสชาติอร่อย ถูกต้องตามตำรา ทว่าหน้าตาดูทันสมัยสมกับเป็น ‘อาหารไทย’ ไฟน์ไดนิ่ง
เรืออัปสรา... เดิมเป็นเรือบรรทุกข้าวโบราณ สร้างมาจากไม้สักหายาก ภายในเรือตกแต่งสวยงาม เมื่อเข้าไปแล้วให้ความรู้สึกโล่งโปร่ง นั่งสบาย ติดแอร์เย็นฉ่ำ
.
มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกแบบไม่มีอะไรบดบังสายตา มีภาพศิลปะเลอค่าบ่งบอกถึงวัฒนธรรมไทย ด้วยตำนานของเหล่าทวยเทพ ฝีมือศิลปินไทย
.
ห้องอาหารภายในเรือ ยังมีบาร์เสิร์ฟเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ชั้นเยี่ยม มีภาพวาดของ "นักรบ มูลมานัส" ศิลปินชื่อดังถ่ายทอดเรื่องราวเทพเจ้าอย่างพระรามสูรและแม่พระมหาคะละ ผ่านผลงานภาพ Thunder & Lightning อลังการอยู่กลางบาร์หลังห้องอาหาร
ถือได้ว่าเป็นผลงานมาสเตอร์พีชชิ้นหนึ่งของเขาเลยก็ว่าได้
โดยแรงบันดาลใจภาพนี้ มาจากตำนานการเกิดฟ้าแลบฟ้าร้อง เป็นภาพของเมขลา ผู้เป็นเทพธิดาผู้รักษาน่านน้ำ ถือดวงแก้วล่ออยู่เหนือกลุ่มเมฆให้รามสูรขว้างขวานจนเกิดฟ้าแลบและฟ้าร้อง
.
ภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ที่สอดประสานตำนานเก่าแก่ งานศิลป์ และ ไฟน์ไดนิ่ง เข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง
.
ส่วนห้องบังคับเรือ เป็นพื้นที่ที่ศิลปินตั้งใจคารวะพระแม่โพสพ ผู้เป็นเทวีแห่งข้าว ผู้ปกปักษ์รักษาและนำความสมบูรณ์มาสู่ท้องนาและพืชพันธุ์ธัญญาหาร
เพื่อเป็นการรำลึกถึงธรรมเนียมโบราณ พื้นที่ส่วนนี้ยังมีโมบายปลาตะเพียนสานจากใบลานที่แขวนไว้เพื่อความเป็นมงคลด้วย
.
แม้แต่ห้องน้ำบนเรือ ก็ยังแฝงไปด้วยอารมณ์ขันแบบไทย ๆ ผ่านคำเปรียบเปรยที่เกี่ยวกับกิจกรรมและมารยาทในห้องน้ำ เช่น การยิงกระต่าย(ห้องน้ำชาย), การเก็บดอกไม้(ห้องน้ำหญิง) ที่นำมาตีความเป็นภาพวาดเทพยดา ที่รวมเอาลักษณะงานศิลป์ทั้งแบบไทยและแบบตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน สร้างเอกลักษณ์ที่เพิ่มชีวิตชีวาให้กับการมาเยือน
.
เรืออัปสรา (Apsara) บริหารโดยโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ใครมาลิ้มรสอาหารที่นี่ จะต้องประทับใจกับเมนูอาหารที่เล่าเรื่องราวความเป็นไทย ในคอร์สอาหารที่มีชื่อว่า "Rot Jain Set Menu" ซึ่งเปรียบเสมือนการพาทุกคนเดินทางผ่านรสชาติ และภูมิปัญญาไทยโบราณ แต่ตีความใหม่ให้ร่วมสมัย เริ่มจาก อาหารจานแรก
.
* Smoked Kurobuta Pork on Grilled Sticky Rice...เสิร์ฟพร้อมสลัดขนุนอ่อน ไข่เค็ม หอมเจียวกรอบ และแคบหมูอาหารของทางเหนือ
.
* รินไอแจ่วส้อน...เมนูนี้ สายเนื้อจะต้องหลงรัก เพราะเป็น Wagyu Beef Striploin ในซุปใสที่เคี่ยวกว่า 24 ชั่วโมง ปรุงกลิ่นรสด้วยตะไคร้ ข่า โหระพา และข้าวคั่ว
.
* "ข้าวยำรสริน"...เอาใจสาวใต้ ด้วยข้าวหอมมันกุ้งแม่น้ำ เสิร์ฟคู่กับปูจันทบุรี ปูอลาสก้า และปูนิ่มทอดกรอบ ราดด้วยน้ำยำพริกมะนาวหอมสมุนไพร
.
* แกงเขียวหวานเป็ดนุ่ม...มีความอร่อยแบบแกงไทยทีแรกคิดว่าอิ่มแล้วคงไม่ไหว ที่ไหนได้ อร่อย จนลืมไปว่าอิ่มแล้ว
.
เมนูนี้ใช้เป็ดจาก Tan-Khun Farm เนื้อนุ่มละมุนอยู่ในน้ำแกงเขียวหวานรสเข้มข้น เสิร์ฟคู่มากับฟักทองญี่ปุ่นและมะเขือย่าง ทำให้อาหารจานหลักจานนี้เป็นที่น่าจดจำ แอบกระซิบบอกว่าถ้าใครไม่ชอบเป็ด เปลี่ยนเป็นปลาได้นะครับ
.
ตามมาด้วยเมนู ของหวานสุดประทับใจ "ตำหวานซ่อนกลิ่น" ในจานมีแพนเค้กใบเตย สอดไส้มะพร้าวอ่อน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมข้าวโพดหวานโฮมเมด ราดซอสวานิลลาจาก Haman Farm และผลไม้ราดคาราเมลรสเปรี้ยวอมหวาน สายหวานห้ามกรีดร้องในความอร่อยเด็ดขาด เดี๋ยวโต๊ะอื่นอาจตกใจได้
ได้ดื่มด่ำบรรยากาศดีๆ อาหารอร่อย เครื่องดื่มถูกใจ ฟังเพลงไพเราะ ชมการแสดงเพลินๆ ระหว่างการล่องเรือ แสนโรแมนติก แถมบางจังหวะของชีวิต เรือยังแวะจอดให้เราได้เก็บภาพแห่งความทรงจำสวยๆ หน้าพระปรางค์วัดอรุณ อีกด้วย นี่คือมนต์เสน่ห์ของค่ำคืนที่ไม่อาจจะลืมเลือนได้
.
เรืออัปสรา(Apsara) รับรองได้ประมาณ 40 ที่นั่ง ใครจะจองสำหรับจัดปาร์ตี้ส่วนตัว ก็น่าสนใจครับ เขาเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18:45 น. จาก ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ กรุงเทพฯ
.
* สำรองที่นั่ง ‘เรืออัปสรา’ ติดต่อได้ที่ ‘โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ’
* Tel. 02-679-1200
Website : http://www.banyantree.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น