ซัดกันนัวร์ ‘แก้วตา’ เย้ย ‘ลายจุด’ ประชาธิปไตยที่ไม่เคารพร่างกายผู้หญิง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
แซ่บนัวร์กว่าตำปูปลาร้าพริกครึ่งสวนซะอีก จากกรณี สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอาวุโส ถึงมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pornnapa lamsamarn” ได้ออกมาโพสต์เรื่องของตัวเองเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าเคยโดนเหตุการณ์แบบนี้คล้ายๆ กัน กับ "คนดัง" ในขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งต่อมานายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้ออกมาโต้ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
.
โดยคำโต้ของสมบัตินั้น คนรู้สึกเดือดดาลมากเป็นพิเศษก็คือ แก้วตา - ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เมื่อเช้าก็ออกมาฟาดสมยศไปทีนึงแล้ว ล่าสุด แก้วตาออกมาลงดาบสองฟาดไปที่ บ.ก.ลายจุด เต็มๆ โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีของ Pornnapa ที่ทิ้งข้อความให้ชวนคิดว่า “คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?” โดยระบุว่า
.
กรณีสมบัติ บุญงามอนงค์
ประชาธิปไตยที่ไม่เคารพร่างกายและความยินยอมของผู้หญิง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
.
กรณีที่มีผู้หญิงออกมาเปิดเผยประสบการณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติ บุญงามอนงค์ในวันนี้ ดิฉันคิดว่าสิ่งแรกที่สังคมควรทำไม่ใช่การรีบตั้งศาลเตี้ยตัดสินใคร แต่คือ การไม่ทำให้เสียงของผู้ที่กล้าออกมาพูดถูกกลบหายไปอีกครั้ง
.
คุณสมบัติได้ชี้แจงว่าเคยมีความสัมพันธ์กับผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องจริง แต่มีความทรงจำและคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์บางส่วนแตกต่างกัน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความยินยอม นี่จึงยิ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสังคมต้องพูดเรื่อง Consent อย่างจริงจัง ไม่ใช่ลดทอนให้เหลือเพียงคำถามว่า “เคยมีความสัมพันธ์กันหรือไม่”
.
ความยินยอมไม่ใช่การเดา ไม่ใช่ความเงียบ ไม่ใช่ความเกรงใจ และไม่ใช่สิ่งที่อนุมานเอาเองได้เพราะอีกฝ่ายเคารพ ศรัทธา ทำงานด้วย หรือยังพูดคุยกับเราในภายหลัง
.
อีกประเด็นที่ควรแยกออกมาพูดให้ชัด คือเรื่องความรับผิดชอบต่อคู่สมรส หากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวคุณสมบัติมีภรรยาอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เป็นหลักฐานว่ามีหรือไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศ เพราะการนอกใจกับการละเมิด Consent เป็นคนละเรื่องกัน
.
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีความสำคัญเลย
.
เมื่อบุคคลหนึ่งมีพันธะต่อคู่สมรสอยู่แล้ว ความรับผิดชอบต่อความซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ย่อมเป็นหน้าที่ของบุคคลที่มีพันธะนั้นเอง เราไม่ควรพลิกกลับไปตั้งคำถามกับผู้หญิงว่า “รู้ไหมว่าเขามีภรรยา” แล้วโยนภาระทางศีลธรรมทั้งหมดไปให้เธอ
.
และในพื้นที่การเมือง ประเด็นนี้ยิ่งซับซ้อน เพราะระหว่างนักกิจกรรมอาวุโส บุคคลสาธารณะ ผู้มีชื่อเสียง กับคนหนุ่มสาวหรืออาสาสมัคร อาจมี ความไม่สมมาตรทางอำนาจ (power asymmetry) ซ่อนอยู่ แม้จะไม่มีตำแหน่งในองค์กรอย่างเป็นทางการก็ตาม
.
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงหลายวันนี้จึงไม่ควรถูกมองเป็น “ดราม่าฝ่ายประชาธิปไตย” หรือการแข่งขันกันขุดเรื่องฉาวของใคร แต่ควรมองว่าเป็นปรากฏการณ์แบบ #MeToo — เมื่อคนหนึ่งกล้าพูด เสียงของคนหนึ่งอาจทำให้อีกคนรู้ว่า ประสบการณ์ที่ตนเคยเก็บเงียบไว้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเพียงลำพัง
.
และนั่นคือพลังสำคัญของการที่ผู้ถูกกระทำ empower ซึ่งกันและกัน
.
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หรือความยุติธรรมในพื้นที่สาธารณะ ไม่สามารถเป็นใบอนุญาตให้เราหลีกเลี่ยงการตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองในพื้นที่ส่วนตัวได้
.
เราไม่ควรมีมาตรฐานสิทธิมนุษยชนชุดหนึ่งไว้ใช้ต่อสู้กับรัฐ แล้วมีอีกมาตรฐานหนึ่งไว้ใช้กับผู้หญิงที่อยู่ข้างเรา
.
และคำว่า “พวกเดียวกัน” ต้องไม่สำคัญกว่าคำว่า Consent
.
ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนที่กำลังรวบรวมความกล้าเพื่อเล่าประสบการณ์ของตน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อวาน 5 ปี หรือ 20 ปีก่อน การที่คนคนหนึ่งใช้เวลานานกว่าจะสามารถพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ไม่ได้ทำให้เสียงของเขามีคุณค่าน้อยลง
.
ฟังเขาให้จบก่อน อย่ารีบถามว่า “ทำไมเพิ่งพูด”
.
แต่ลองถามสังคมกลับว่า “ที่ผ่านมา เราเคยสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยพอให้เขาพูดหรือยัง?”
.
#Marsonline #สมยศ #บกลายจุด #แก้วตา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น