ใครว่าทักษิณฉลาดและทันโลก

- 24 ปีที่ทักษิณตั้งพรรคการเมือง ทักษิณมองแต่ผลประโยชน์ เน้นเรื่องอำนาจ ทุ่มเททุกอย่างในการซื้อเสียง ซื้อสส.เพื่อให้ได้มามากที่สุด มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาลพรรคเดียวที่ไม่ต้องไปผสมกับพรรคใด ซึ่งพรรคไทยรักไทยเคยทำได้ พรรคไทยรักไทย ได้คะแนน 377 เสียงในปี 2548 จนกระทั่งมีการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ทักษิณต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนพรรคไทยรักไทยก็ถึงกาลอวสานเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค พรรคไทยรักไทยก็แปลงร่างมาเป็นพรรคพลังประชาชน
.
- เมื่อทักษิณลี้ภัยไม่สามารถมาช่วยหาเสียง ไม่สามารถกำกับแนวทางการดำเนินการทางการเมืองของพรรค แต่การต่อสู้ทางการเมืองยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นแรงขับเคลื่อน และมีทักษิณเป็นท่อน้ำเลี้ยงรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งก็ได้ผล 
.
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งได้ที่นั่งมากถึง 233 ที่นั่ง นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลรธน.มีมติให้นายสมัคร สุนทรเวช สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์จึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน 
.
จนกระทั่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคต่าง ๆ ไปพบ และให้ทุกพรรคการเมืองถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประ ชาชน แล้วให้มาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเปิดทางให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี…..เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำร้องให้ยุบพรรคพลังประชาชน
.
เมื่อยุบพรรคประชาชน สมาชิกพรรคทั้งหมดจึงย้ายมาพรรคเพื่อไทย ต่อมานายอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภาในวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 และมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่3 กรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยชนะมาเป็นอันดับที่ 1 ด้วยคะแนน 265 เสียง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ถูกคณะรัฐประหารนำโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจ ยิ่งลักษณ์ต้องลี้ภัยตามนายทักษิณ 
.
- ความโลภบังตา ความไม่รู้จักพอ เมื่อทักษิณได้กลับไทยก็ยังคงเอาเป็นเอาตายกับการเลือกตั้ง หวังชนะแบบถล่มทลายดังเช่นอดีต จึงทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อปิดกั้นพรรคก้าวไกลพรรคคู่แข่งสำคัญไม่ให้แจ้งเกิด แต่ต้องพบกับความผิดหวัง ผลการเลือกตั้งกลับแพ้พรรคก้าวไกล สุดท้ายต้องตระบัดสัตย์ไปดึงเอาพรรคเผด็จการที่ยึดอำนาจน้องสาวมาร่วมรัฐบาล  
.
เพราะการเมืองทักษิณต้องลี้ภัยนายสมชัย วงศ์สวัสดิ์น้องเขยต้องไต่กระไดโหนเฮลิคอปเตอร์หนีตาย และยิ่งลักษณ์น้องสาวก็ต้องลี้ภัยในเวลาต่อมา ขณะที่อุ๊งอิ๊งก็กำลังจะต้องลี้ภัยเจริญรอยตามพ่อแม้วและอาปู….ทักษิณฉลาดตรงไหน?   
:: ลำดับเหตุการณ์โชว์โง่ของทักษิณ ::
* วันที่ 29 มกราคม 2546 เหตุการณ์เผาสถานทูตไทยในเขมร ทักษิณเรียกประชุม 3 เหล่าทัพ ทัพบกยืนยันความพร้อม ทัพเรือเสนอเอาเรือรบไปจ่อ ทัพอากาศประกาศพร้อมที่จะสนับสนุนทางอากาศ แต่ก่อนที่ทักษิณจะสั่งการใด ๆ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ผบ.สส. ถามขึ้นเบา ๆ ว่า “เราเตรียมไปรบกับใคร คนที่ทำลายสถานทูตไม่ใช่กองทัพเขมร แต่เป็นประชาชน” ฉับพลันผบ.เหล่าทัพที่มาจากการแต่งตั้งตของทักษิณต่างต้องหุบปาก แต่นายทหารอดีตผบ.ทบ.ที่ทักษิณเด้งออกนอกเส้นทาง กลับเป็นคนให้สติทุกคน
.
* ช่วงปลายปี 2548 ในขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลและนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายทักษิณอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย วันที่ 23 ม.ค. 2549 ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ก็ประกาศขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลค่า 73,271 ล้านบาทให้ บริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ การเคลื่อนไหวขับไล่นายทักษิณจึงได้รับความสนใจจากมวลชนมากขึ้น และยิ่งนายสนธิ ชูทักษิณขายชาติ เพราะดาวเทียมไทยคมเป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ เป็นสมบัติของชาติและประชาชน จึงทำให้ม็อบสนธิจุดติดชั่วข้ามคืน 
.
* พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง  เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 จากเดิมที่มีวัตถุประสงค์ต้องการนิรโทษกรรมผู้ต้องขังจากคดีเผาศาลากลางจังหวัด ต่อมาฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ลักไก่แก้กฏหมายนิรโทษกรรมครอบคลุม ทั้งกลุ่มพันธมิตรและ นปช. ที่สำคัญให้รวมถึง นายทักษิณ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ  จนเป็นสาเหตุไปสู่การประกาศยุบสภาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 9 ธ.ค. 2556
.
* วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 พรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อทูลกระหม่อมอุบลรัตนราชกัญญา เป็นแคนดิเดตนายกฯ หวังแข่งกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อมาในหลวง ร. 10 ทรงมีพระบรมราชโอง การใจความว่า "พระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์...ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในทางการเมืองได้" และนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ
.
ทั้งหมดที่ผมรวบรวมมาข้างต้นนี้ เพื่อให้พี่น้องแฟน ๆ ได้พิจารณาด้วยตัวเอง อย่าไปหลงเชื่อตามคำโฆษณา 
.
#โชว์โง่ล่าสุดของทักษิณ ที่เปิดเผยว่ามีหลายประเทศเสนอตัวช่วยไกล่เกลี่ย….แต่ขอเวลาให้ทหารสั่งสอน “ฮุน เซน” ก่อน นี่แสดงถึงความไร้วุฒิภาวะของนายทักษิณ ที่ต้องการใช้กองทัพล้างความแค้นส่วนตัว ดังนั้นใครก็ตามที่บอกว่า ปัญหาชายแดนเขมร ไม่ได้มาจากความขัดแย้งของสองตระกูล....จึงเป็น “เรื่องโกหก”
.
รัฐบาลอุ๊งอิ๊งภายใต้การชี้นำของนายทักษิณ จึงไม่น่าไว้วางใจให้บริหารจัดการประเทศและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะขาดความน่าเชื่อถือ และเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่น่าจะมอบความไว้วางใจให้กับกองทัพมากกว่า ผมมีความรู้สึกมั่นใจผู้นำกองทัพคนปัจจุบันที่ชื่อพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ และพล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผมไม่รู้จักนายทหารทั้ง 2 เป็นการส่วนตัว แต่ผมรู้จักพล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์ คุณพ่อของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ.ผ่านการแนะนำของผู้ช่วยทูตทหารบกประจำประเทศออสเตรเลียในเวลานั้น
.
พล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์ เป็นอดีตนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 9 เป็นนายทหารร่วมรุ่น พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร และพล.อ.แป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เมื่อปี 2535 พล.ต. ปรีชา (ยศในเวลานั้น) มาเมืองดาร์วินประเทศออสเตรเลีย ในฐานะตัวแทน พล.อ.สุจินดา คราประยูร ในภาระกิจการประชุมบก.สส. ผมได้มีโอกาสต้อนรับท่านอยู่ 2-3 ครั้งในฐานะ Contact point ของสถานทูตไทย ท่านเป็นคนเงียบขรึมแต่มีรอยยิ้มที่เป็นมิตร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านก็จิบพอเป็นมารยาท (แก้วเดียวตลอดงาน) 
.
พล.ต.ปรีชา ท่านเป็นทหารนักรบตามคำยกย่องของผู้ช่วยทูต อย่างน้อย 2 คน และได้ทำนายล่วงหน้าว่าพล.ต.ปรีชาจะขึ้นเป็นผบ.ทบ.ในอนาคต เหมือนมีคนทำนายพล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬเวลานี้ แต่ผมเชื่อว่าการทหารนั้นอะไรที่ว่าแน่นอนคือไม่แน่นอน จนกระทั่งการแต่งตั้งโยกย้ายประจำเมื่อปี 2539 พล.อ.ปรีชาได้เป็นแคนดิเดทคนหนึ่ง ที่มีชื่อเกาะอยู่ในกลุ่ม เวลานั้น เต็งหนึ่งคือพล.อ.มงคล แต่ท่านก็ออกมาปฏิเสธที่จะลดลงมารับตำแหน่ง ผบ.ทบ.เพราะขณะนั้นท่านเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดอยู่แล้ว 
.
สปอตไลท์จึงฉายมาที่ พล.อ.แป้ง และพล.อ.ปรีชา แต่เนื่องจากพล.อ.แป้งมาเสียท่า จากการมามีความสัมพันธ์กับสาวใหญ่ที่ซิดนี่ย์ จนถูกตามราวีไปถึงเมืองไทย พล.อ.ปรีชาน่าจะไร้คู่แข่ง แต่เมื่อมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกลับกลายเป็นพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ผมหวังว่า พล.อ.พนาน่าจะมีนิสัยใจคอเหมือนคุณพ่อ พล.อ.ปรีชา นายทหารอาชีพโดยสายเลือด ที่เป็นลูกไม้ไม่หล่นไกลต้น
.
นายทหารที่ผมสมควรต้องกล่าวถึงอีกคนคือ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ (เสธ.เอิร์ธ) ที่ขึ้นไปปักธงไทยบนยอดภูมะเขือกับ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ เสธ.เอิร์ธเป็นนายทหารที่ฉายแสงมาตั้งแต่ยังเป็นทหารเด็ก ๆ ยศร้อยโท ที่เดินป่ากับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ (บิ๊กแอ่ด) มานานหลายปี จนในที่สุดบิ๊กแอ่ดเลือกมาเป็นทส.ผู้ใกล้ชิด เสธ.เอิร์ธจึงมีประสบการณ์โชคโชนที่ถูกกองทัพบกบรรจงเลือกมาปฏิบัติหน้าที่นี้ (ผมคงต้องพูดถึงเสธ.ในโอกาสต่อไป)
.
อย่างไรก็ตามบทความชิ้นนี้ผมเขียนเพื่อเป็นกำลังใจนายทหารมืออาชีพเพียงบางคน แต่คงต้องเตือนนายทหารบางคนหากถือโอกาสเพิ่มราคา เพิ่มความสำคัญให้กับตัวเอง และก็อย่าฉวยโอกาสขอเพิ่มงบซื้ออาวุธหรือคิดใช้กำลังให้เกิดวงจรอุบาทว์.....ทหารดีเราก็ชม ทหารชั่วเราก็ต้องติง 
.
อาคม ซิดนี่ย์
28 กรกฎาคม 2568

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

The Cassette Park ราชพฤกษ์ ร้านชิล ๆ เอาไว้รีเฟรชใจ

Bafros Bar and Lounge…แหล่งแฮงค์เอาท์สำหรับขาแดนซ์

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ถ่ายทอดภาพวาดฝีพระหัตถ์ สู่คอลเลกชันสปริง/ซัมเมอร์ 2024