คติธรรม วาทธรรมพระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส
อาตมาเรียกแท็กซี่คันหนึ่งเพื่อให้ไปส่งที่วัดมหาธาตุ ตกลงจะจ่ายค่าโดยสาร ๕๐ บาท
.
อาตมานั่งข้างหน้า
แท็กซี่ ; ท่านบวชพระมานานหรือยัง
อาตมาตอบ “นานแล้ว”
.
“ท่านบวชแล้วมีความสุขไหม“
“ก็เรื่อยๆ นะ”
.
“คุณขับแท็กซี่มานายัง”
“นานแล้วครับ ผมขับแท็กซี่มา ๒๗ ปีแล้วครับ”
.
“ขับแท๊กซี่แล้วมีความสุขดีหรือ”
“มีความสุขมากครับ ผบขับแท็กซี่แล้วผมดับทุกข์ได้”
.
เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ทำให้อาตมานึกถึงเรื่องสิทธาถะ
ที่พายเรือข้ามฟากขึ้นมาทันที
.
“คุณขับแท็กซี่ตลอดเวลา
ไม่เคยประกอบอาชีพอื่นเลยหรือ
.
เขาตอบว่า
“ผมเคยขับรถที่กระทรวงแห่งหนึ่ง
แต่ผมอยู่ไม่ได้
ผมไม่ชอบระบบราชการ
ที่เล่นพรรคเล่นพวกกันเหลือเกิน
ทำราชการต้องมีเส้นสายครับ
ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน
ค่าของคนอยู่ที่ว่าเป็นคนของใคร
ผมเบื่อหน่ายจึงลาออก
ไปเป็นพนักงานขับรถที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ผมก็อยู่ไม่ได้ ”
.
“ทำไม ที่มหาวิทยาลัยนั้น
ก็มีการเล่นพรรคเล่นพวกกันหรือ”
.
“ไม่ใช่อย่างนั้น
ผมขอถามหน่อย
คนเราเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร
คนเรียนมากเป็นคนฉลาดมากขึ้นใช่ไหม”
.
“ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น”
.
“คนเรียนมากฉลาดมาก
ควรมีความสุขมากขึ้นใช่หรือไม่
แต่ผมว่าไม่จริง
ประสบการณ์ที่มหาวิทยาลัยสอนผมว่า
คนเรียนมากฉลาดมากกลับทุกข์มากขึ้น
พวกดอกเตอร์ ครูบาอาจารย์ที่นั่น
มีความทุกข์เหลือเกิน
ตัวเองทุกข์คนเดียวไม่พอ
ยังทำให้นิสิตนักศึกษาทุกข์ไปด้วย
ที่เป็นเช่นนั้นแสดงว่า
ต้องมีอะไรผิดพลาด
ในระบบการศึกษาของชาติเป็นแน่”
.
“ผมว่าครูบาอาจารย์สอนผิด
พวกเขาสอนให้คนมีความทุกข์
แทนที่จะสอนให้คนมีความสุข
ผมเตือนพวกเขาให้เปลี่ยนวิธีสอนใหม่
เพื่อให้คนมีความสุข
พวกเขาไม่เชื่อผม
ผมจึงลาออกมาขับแท็กซี่เลยครับ ”
.
“คุณบอกพวกเขาว่าอย่างไร”
.
“อักษรไทยมีพชัญชนะกี่ตัว” เขาย้อนถาม
“สี่สิบสี่ตัว” อาตมาตอบ
“ ในสี่สิบสี่ตัวท่านทราบไหมว่า
อักษรตัวไหนดี และตัวไหนชั่ว
ผมไปบอกพวกครูบาอาจารย์ให้สอนเด็กว่าอักษรตัวไหนเป็นตัวดีและตัวใดเป็นตัวชั่ว
เด็กจะได้ไม่ทุกข์
พวกครูบาอาจารย์ไม่ฟังผม
พวกเขาบอกว่าหนังสือไม่มีตัวดีตัวชั่ว
มีแต่กลาง ๆ”
.
อาตมาถามเขาว่า
“อักษรอะไรเป็นตัวดี อะไรเป็นตัวชั่ว ”
.
“ตัวชั่วมี ๓ ตัว คือ ล ก ล
ตัวดีมี ๓ ตัว คือ พ ห ช ”
.
“ล ก ล หมายถึงอะไร”
เขาตอบว่า “ ท่านเป็นพระไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า
ล ก ล ก็คือ โลภ โกรธ หลง นั่นไง
มันชั่วไหมท่าน ”
.
“ ใช่แล้ว โลภ โกรธ หลง
เป็นอกุศลมูลคือรากเหง้าของความชั่ว
คุณเล่นย่ออย่างนี้ใครจะไปรู้
.
ว่าแต่ พ ห ช คืออะไร
เป็นตัวดีจริงหรือเปล่า ”
เขาตอบว่า
“เพื่อนที่ขับแท๊กซี่ด้วยกันมีความทุกข์มาก
พวกเขาบ่นว่า ค่าเช่าแพง รายได้ก็น้อย
แต่ผมไม่ทุกข์ เพราะผมใช้ พ พาน คือ รู้จักพอ คนเราถ้ารู้จักพอจะมีความสุขใช่ไหม ”
.
อาตมาเห็นด้วยกับคำตอบของเขา
เพราะพระพุทธเจ้าตรัสว่า
“ สนฺตุฏฺฐี ปรมํ ธนํ
ความรู้จักพอเป็นยอดทรัพย์ ”
.
คนจนมีสองประเภทคือ
คนจนเพราะไม่มี กับคนจนเพราะไม่พอ
คนส่วนใหญ่จนเพราะไม่รู้จักคำว่าพอ
.
ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ
พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล
จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ
ต้องคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ
.
คนที่มีความสุขในชีวิตต้องเป็นคนรู้จักพอ
หมายถึงว่า “ พอใจในสิ่งที่มี ยินดีในสิ่งที่ทำ ” ใครไม่มีสิ่งที่ชอบก็ต้องชอบสิ่งที่ตนมี
ภาษิตฝรั่งว่า
“นกตัวเดียวในกำมือดีกว่านกสองตัวบนต้นไม้ ” คนไทยทุกวันนี้หลงอยู่ในวัตถุนิยม
ได้เท่าไรก็ไม่รู้จักพอ
.
อาตมาถามคนขับแท็กซี่ต่อไปว่า “ห คืออะไร”
เขาตอบว่า “ ห คือ รู้จักให้
ถ้าผู้โดยสารต่อราคากับผม ผมลดให้เขาบ้าง ถ้าผู้โดยสารขอให้ผมไปส่งต่ออีกนิด
ผมก็ไปให้ ผมถือว่า ผมให้บริการแก่ผู้โดยสาร ผู้โดยสารก็ให้ค่าโดยสารแก่ผม ”
.
อาตมาเห็นด้วยกับเขา
สังคมอยู่ได้เพราะมีการให้ และการรับ
จิตที่คิดจะให้ดีกว่าจิตที่คิดจะเอา
ในครอบครัวใดทุกคนคิดจะเอา
จะไม่มีใครได้
แต่ถ้าทุกคนคิดแต่จะให้ทุกคนจะได้
.
อาตมาถามต่อไปว่า “ แล้ว ช คืออะไร ”
ขณะนั้นรถแท็กซี่ติดไฟแดงอยู่หน้าสุด
ไฟเขียวส่งสัญ ญาณขึ้นแล้ว
คนขับแท๊กซี่ยังไม่ยอมออกรถ
เพราะสนทนาธรรมเพลิน
รถคันหลังจึงบีบแตร่ไล่
.
คนขับแท๊กซี่จึงบอกว่า
“ไฟเขียวเพิ่งขึ้น เขาบีบแตรไล่ผมแล้ว
ไม่รู้จะรีบไปตายที่ไหน
ผมโดนบีบแตร่ไล่ประจำ
แต่ผมก็ไม่โกรธหรือหัวเสีย
เพราะผมใช้ ช ครับ ”
.
“หมายถึงอะไร”
“ ช่างเขาเถอะ
ผมโดนบีบแตร่ไล่ผมก็คิดว่าช่างเถอะ ”
นั่นคือการปล่อยวางแบบหนึ่งทำให้สบายใจดี
.
เมื่อแท็กซี่มาถึงวัดมหาธาตุฯ
อาตมาจ่ายค่าแท็กซี่ไป ๖๐ บาท
เพิ่มจากราคาที่ตกลงกันไว้ ๑๐ บาท
แต่เขารับเพียง ๕๐ บาท
เมื่อถามว่าเพราะเหตุใด
เขาตอบว่า “ผมไม่เอาหรอกครับ ผมรู้จักพอ”
.
แล้วเขาก็ขับรถต่อไปอย่างมีความสุข #เพราะเขามีธรรมประจำใจสามข้อเท่านั้น คือ
รู้จักพอ (สันโดษ)
รู้จักให้ (ทาน)
และรู้จักปล่อยวาง (จาคะ)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น